วัดมเหยงคณ์

ประวัติ

วัดมเหยงคณ์ มีการก่อสร้างอาคารสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อกิจทางการเผยแพร่ธรรมะ ตลอดจนจัดให้มีการปฏิบัติภาวนาปฏิบัตธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบวชเนกขัมมทะหรือบวชชีพราหมณ์ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าไปติดต่อสมัครบวชได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด


ปฏิปทาของวัดมเหยงคณ์
– สร้างสถานที่ให้สัปปายะ เพื่อรองรับผู้ปฏิบัติธรรม
– ตั้งโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมเพื่อให้ความรู้ทั้ง พระสงฆ์ และ ประชาชนทั่วไป
– เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาในชุมชน
– จัดบวชเนกขัมมภาวนา อบรมจริยธรรม การปฏิบัติธรรม แก่ประชาชนทั่วไป
– ช่วยอนุรักษ์โบราณสถาน และศิลปะของไทยสมัยโบราณ


ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดมเหยงคณ์เป็นโบราณสถานของชาติ ตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๔ กรมศิลปากรได้เข้าไปบูรณะ และเนื้อที่นอกเขตโบราณสถานได้จัดเป็นสำนักปฏิบัติกรรมฐาน โดยมีประชาชนเข้าไปรับการอบรมเป็นจำนวนมาก ทางวัดมเหยงคณ์ได้จัดให้มีกิจกรรมทางศาสนามากมาย ได้แก่
– จัดอบรมวิปัสนากรรมฐาน
– จัดอบรมปฏิบัติธรรมพิเศษ
– จัดบวชเนกขัมมภาวนาประจำเดือน
– จัดบวชถือศีล ๘ ประจำวัน
– จัดบวชพระสงฆ์ประจำเดือน และ พระสงฆ์จำพรรษา


สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด
เจดีย์ประธาน
เจดีย์ประธานวัดมเหยงคณ์เป็นเจดีย์ทรงระฆังหรือทรงลังกาแบบอยุธยา อยู่บนฐานเขียงทรงกลม 3 มีช้างล้อม 80 เชือกรอบฐานประทักษิณ โดยช้างโผล่ออกมาครึ่งตัวจากซุ้มจระนำ โดยช้างแต่ละหัวมีความแตกต่างกัน น่าจะใช้ช่าง 1 คนทำ 1 หัว ไม่ซ้ำกันตลอด 80 หัว ช้างล้อมเจดีย์แบบนี้พบได้ในอีกสองที่ของประเทศไทย คือ ที่ศรีสัชนาลัยและสุโขทัย เชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์ชัยในศรีลังกา โดยช้างรอบฐานแสดงถึงช้างฤณฑลราชพาหนะของพระเจ้าทุษฐาคามินีมหาราชที่ชนะศึกสงคราม
โบสถ์
โบสถ์วัดมเหยงค์เป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาโบสถ์เก่าใน จ. พระนครศรีอยุธยา มี 9 ห้อง องค์อุโบสถทั้งหลังมีขนาด 17×35 เมตร ยังคงมีผนังโบสถ์ หน้าต่าง หน้าบรรณให้เห็น ภายในมี 2 ฐานชุกชี เชื่อว่าเคยมีพระพุทธรูปอยู่ในโบสถ์ถึง 2 องค์ โบสถ์วัดมเหยงคณ์ได้รับการบูรณะจนแข็งแรง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในได้อย่างปลอดภัย
ท้องฉวน
ทางเข้าวัดส่วนโบราณสถานในปัจจุบันคือด้านหลังของวัด มีท้องฉนวนที่ยังสมบูรณ์ดีให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเดินและเก็บภาพความประทับใจ โดยท้องฉนวนก็คือทางเดินที่สองข้างมีกำแพงกั้นสำหรับเจ้านายและข้าราชบริพารฝ่ายใน การที่คนๆ หนึ่งจะมีโอกาสเดินในท้องฉนวนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หากไปถึงต้องลองเดินดูสักครั้ง
อาคารพระนอน
อาคารพระนอนอยู่ในส่วนของวัดที่สร้างขึ้นใหม่ ภายในประดิษฐาน ‘พระบรมศาสดามหาปรินิพพาน’ เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน พุทธลักษณะอยู่ในอากัปกิริยาสีหไสยาสน์ (ตะแตงขวา) พระพาหาขวาทอดไปกับกระเขนย แสดงพุทธประวัติช่วงที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธรูปดังกล่าวทำจากหินสีขาว โดยใช้เทคนิคการแกะสลักหินก้อนเดียวเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ โดยไม่มีกรต่อหินก้อนอื่นๆ แต่ประการใด ส่งผลให้พระบรมศาสดามหาปรินิพพานเป็นพระนอนหินขาวองค์เดียวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
ศาลาที่สร้างขึ้นมาให้ดูเหมือนถ้ำ เป็นสถานที่สำหรับทำวัตรสวดมนต์เมื่อมีงานเทศกาล เป็นที่ฉันเช้าของพระสงฆ์และเป็นที่นั่งสมาธิ เดินจงกรมของอุบาสกอุบาสิกาในวันเสาร์อาทิตย์ ศาลาดังกล่าวเป็นที่ประดิษฐาน ‘พระสัพพัญญูปฐมเทศนา’ พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นใหม่ด้วยศิลปะคล้ายศิลปะคุปตะ ที่สารนาถ พุทธสังเวชนียสถาน ในประเทศอินเดีย  ควรไปกราบ

สถานที่ตั้ง
วัดมเหยงคณ์  95 ม.2 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา  จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
โทรศัพท์ : 035-881601-2