สังคายนาครั้งที่ 1

 

การสังคายนา ครั้งที่ ๑ (เกิดขึ้นหลังจากพุทธปรินิพพาน ได้ ๓ เดือน) ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้างเขาเวภารบรรพต ใกล้เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ชมพูทวีป มีพระมหากัสสปเถระ เป็นประธาน และมีพระเจ้าอชาตศัตรู เป็นองค์อุปถัมภ์ ใช้ระยะเวลา ๗ เดือน จึงสำเร็จ

         ภาพจาก : https://www.facebook.com/

สังคายนา   

หมายถึง การประชุมสงฆ์เพื่อความเข้าใจให้ตรงกันเกี่ยวกับหลักคำสอน ให้มีแนวทางปฏิบัติเป็นไปในแนวเดียวกัน และเพื่อความมั่นคงตั้งอยู่ได้นานของพระพุทธศาสนา สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การทำสังคายนาพระไตรปิฎก เพราะมีการศึกษาและตีความหมายไปแง่มุมต่าง ๆ อันเป็นสาเหตุให้มีข้อปฏิบัติแตกต่างกัน จึงร่วมกันจัดทำสังคายนาขึ้น เพื่อตรวจสอบถึงความถูกต้องและจัดหมวดหมู่พระธรรมวินัย ในชั้นต้นกระทำโดยมุขปาฐะ (ถ่ายทอดโดยใช้คำพูด) ในภายหลังจึงได้จารึกเป็นลายลักษณ์อักษร โดยใช้ภาษาบาลีหรือมคธ

หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานได้เพียง 7 วัน พระสุภัททะกล่าวถ้อยคำที่จ้วงจาบพระธรรมวินัย เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา พระมหากัสสปะจึงได้นำเข้าปรึกษาในที่ประชุมสงฆ์ภายหลังจากพุทธปรินิพพานไปแล้ว 3 เดือน แล้วจัดทำสังคายนาขึ้นที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย ทำเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว 3 เดือน พระอรหันต์จำนวน 500 องค์เข้าร่วมประชุม โดยมีพระมหากัสสปะเถระเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และเป็นองค์ปุจฉา (ถาม) พระอุบาลีเถระเป็นองค์วิสัชนา (ตอบ) พระวินัย พระอานนท์เถระเป็นองค์วิสัชนาพระสูตร พระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์ผู้ครองกรุงราชคฤห์เป็นองค์อุปถัมภก และเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ใช้เวลา 7 เดือนจึงเสร็จ ข้อที่น่าสังเกตในการทำสังคายนาครั้งที่ 1 นี้ คือ คำที่ใช้เรียกหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า จะใช้คำว่า “ธรรมวินัย” ยังไม่ปรากฏมีความว่า “พระไตรปิฎก” และ “พระอภิธรรม”

                               ถ้ำสัตตบรรณคูหา สถานที่ทำปฐมสังคายนา (เป็นถ้ำขนาดใหญ่ในอดีต เพดานถ้ำยุบลงมาในช่วงหลัง)

                                                                ภาพจาก : http://www.anakame.com/

ผลที่เกิดจากการทำสังคายนาครั้งที่ 1
1.ได้ร้อยกรองพระธรรมวินัยเข้าเป็นหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
2.การปฏิบัติของพระอานนท์และการลงพรหมทัณฑ์พระฉันนะเป็นตัวอย่างที่ดีชี้ถึงหลักประชาธิปไตยและธรรมาธิปไตยอย่างแจ้งชัด
3. ทำให้คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ดำรงมั่นและได้ตกทอดมาถึงพวกเราทุกวันนี้
4. แสดงถึงความสามัคคีของพระภิกษุสงฆ์ที่ได้พรั่งพร้อมกันทำสังคายนา เป็นแบบอย่างที่ดีจนได้ถือเป็นตัวอย่างในการทำสังคายนาในกาลต่อมา
5. เป็นการยอมรับมติของพระมหากัสสปเถระให้คงเถรวาทไว้