การเผยแพร่ทางตะวันตก

ดินแดนตะวันตก  หมายถึง ทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ชาวตะวันตกส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์

การแผ่ขยายพระพุทธศาสนาในดินแดนตะวันตก ช่วงแรก ชาวตะวันตกรับรู้พระพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยโบราณไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง ช่วงสมัยใหม่ ในยุคล่าอาณานิคม เมื่อชาวยุโรปขยายอิทธิพลมายังซีกโลกตะวันออก ชาวตะวันตกสนใจภูมิปัญญาตะวันออกนำไปศึกษาในสถาบันการศึกษาอย่างจริงจัง ต่อมามีชาวตะวันออกอพยพเข้าไปสนใจภูมิปัญญาตะวันออกนำไปศึกษาในสถานบันศึกษาอย่างจริงจัง ต่อมามีชาวตะวันออกอพยพเข้าไปอยู่ในตะวันตก ทั้งชาวจีน ชาวญี่ปุ่น และชาวทิเบต พวกเขานำเอาความเชื่อทางศาสนาคือ วัด เข้าไปตั้งในชุมชนท่ามกลางสังคมตะวันตก ช่วงเดียวกันนี้มีนักปราชญ์มหายานได้นำคำสอนเรื่องพระพุทธธรรมเข้าไป

                                                                       ภาพจาก : https://pantip.com/
นับตั้งแต่สงครามเอเชียบูรพา ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ชาวเวียดนาม ชาวกัมพูชา ชาวลาว อพยพเข้าไปอยู่ในดินแดนตะวันตก พวกเขานำความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเถรวาทเข้าไปด้วย ต่อมาพระพุทธศาสนาแบบลังกา พม่า และไทย แผ่ขยายในซีกโลกตะวันตกโดยนักเผยแผ่แต่ละประเทศ สงฆ์ไทยดำเนินการเป็นระบบ ไม่เพียงนำหลักธรรมเข้าไปยังได้สร้างวัดให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมของชาวพุทธด้วย ต่อมามีชาวตะวันตกศรัทธาในพระพุทธศาสนาบวชเป็นพระภิกษุแล้วไปประกาศพระพุทธศาสนาในประเทศตนเอง ที่เด่นๆเช่น กลุ่มศิษย์ของหลวงพ่อชา สำนักวัดหนองป่าพง

พระสงฆ์ไทยส่วนใหญ่ชำนาญด้านปริยัติมากกว่าเชี่ยวชาญด้านฝึกปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากัมมัฏฐาน จึงสอนการปฏิบัติได้ระดับพื้นฐานเท่านั้น และสอนอยู่ภายในกลุ่มชาวพุทธที่เดินทางไปจากเอเชีย ซึ่งยังยึดถือประเพณีพิธีกรรมเป็นส่วนใหญ่ ตื่นเช้ามามีพระภิกษุให้ใส่บาตรก็มีความสุขกับชีวิตแล้ว อีกรูปแบบหนึ่งคือการแต่งงานของชาวเอเชียกับชาวตะวันตก สามารถดึงคนตะวันตกให้เข้าวัดได้อีกทางหนึ่ง หากคณะสงฆ์สามารถผลิตพระสงฆ์ที่ชำนาญด้านปริยัติให้เก่งด้านปฏิบัติด้วยจะเอื้อต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศตะวันตกได้อย่างมหาศาล

                                                                                    ภาพจาก : http://budnet.org/
ศาสนาพุทธเริ่มเป็นที่สนใจของชาวยุโรปอย่างกว้างขวาง ในพุทธศตวรรษที่ 25 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2เป็นต้นมา ความเชื่อทางศาสนาของชาวตะวันตกเปลี่ยนไปเน้นที่ความเชื่อของปัจเจกบุคคลมากขึ้น ทำให้ศาสนาพุทธเป็นที่ดึงดูดใจ จากการที่มีข้อพิสูจน์ให้พิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัติด้วยตนเอง มีการตั้งองค์กรทางพุทธศาสนาระดับโลกโดยชาวพุทธจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือรวม 27 ประเทศที่ศรีลังกาเมื่อ พ.ศ. 2493 ในชื่อองค์กรพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
พระพุทธศาสนาในยุโรปมีอิทธิพลด้านแนวคิด หลักดำเนินชีวิต หลักปฏิบัติขัดเกลา ด้านการศึกษา ด้านสังคม และวัฒนธรรม ในวงที่จำกัดเฉพาะกลุ่มของตน ยังไม่มีอิทธิพลในระดับการเมืองหรือวงกว้างออกไป โดยเฉพาะด้านวิปัสสนากรรมฐานซึ่งเป็นที่สนใจของชาวตะวันตกมาก มีข้อมูลบอกว่า “ปัจจุบันประเทศตะวันตก ได้นำวิธีการแบบพุทธมาสอนประยุกต์ใช้ในท่ามกลางหลายๆ วิธีที่แพร่หลายไปยังตะวันตก วิธีวิปัสสนาก็เป็นวิธีหนึ่งที่แพร่หลายสู่ตะวันตก” 

 
อิทธิพลของพระพุทธศาสนา

 

ชาวตะวันตกเกิดความสนใจและศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมตะวันออกอย่างจริงจัง ทำให้เกิดองค์กรทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีประเด็นที่น่าศึกษา ดังนี้

๑) สถาบันการศึกษา
พระพุทธศาสนาในตะวันตกก่อเกิดจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่บรรจุวิชาการด้านตะวันออก จากนั้นก็มีนักคิดนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาขึ้นมีความศรัทธา บางท่านก็ออกบวชเป็นภิกษุ บางท่านก็เขียนหนังสือ แปลคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา แล้วขยายตัวขึ้นเป็นกลุ่ม องค์กร
๒) สมาคม (กลุ่มชาวพุทธ)
เกิดจากความมุ่งมั่นของปัจเจกบุคคล กลุ่ม องค์กร และอื่นๆ ทุกชีวิตทุกองค์กรต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาเงื่อนไขเดียวกัน ไม่มีองค์กรใดจะอยู่อย่างอิสระอย่างปราศจากการเกี่ยวพันธ์กับสิ่งอื่นการขยายตัวของพระพุทธศาสนาในสังคมเงินตรา จึงกระทำได้ภายใต้เงื่อนไขของระบบทุนนิยมที่มีโครงสร้างเครือข่ายโยงใยทั่วถึงกันหมด การจะพัฒนาองค์กรพระพุทธศาสนาในยุคสังคมโลกาภิวัตน์ให้เติบโต จากเงื่อนไขที่เปลี่ยนไปและแตกต่างกันจึงไม่อาจทำในรูปแบบเดิมเหมือนดังในอดีต และเหมือน กับที่เคยทำในช่วงสังคมโบราณที่มอบหมายให้สมณะทูตทำหน้าที่ การเติบโตของพระพุทธ ศาสนาในยุโรปลักษณะเช่นนี้อาจสอดคล้องและเหมาะสมตามบริบทของโลกปัจจุบันนี้ก็ได้
​๓) องค์กรสังฆะ
จุดเริ่มต้นของการเคลื่อนตัวของพระพุทธศาสนาเข้าไปยังตะวันตกต่างกันกับยุคโบราณ ที่ไม่ได้พึ่งพาคณะสงฆ์เป็นผู้บุกเบิกในช่วงต้น แต่เกิดจากความสนใจของชาวตะวันตกเอง ต่อมาคณะสงฆ์ก็เข้ามารับช่วงต่อเติมให้พระพุทธ ศาสนาในตะวันตกมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งคณะสงฆ์ทางพระพุทธศาสนาในปัจจุบันมี ๒ สาย คือ สายเถรวาทกับสายมหายาน
ลักษณะการทำงานของคณะสงฆ์สองสายนี้มีวิธีการที่แตกต่างกันตามลักษณะของนิกายทั้งสอง สายมหายานมีการปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยน แปลงของสังคมได้เร็ว จึงสามารถสนองตอบหรือบริการชุมชนได้กว้างและรวดเร็วทันเหตุการณ์ ส่วนเถรวาทมีการเปลี่ยนแปลงช้าแต่หนักแน่น มั่นคง การเคลื่อนตัวเข้าไปในยุโรปของเถรวาทจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา สร้างความเข้มแข็ง มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ การเติบโตของวัดพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบไทยในช่วงแรกๆ ต้องพึ่งพาสมาคมต่างๆ ที่มีอยู่ก่อนในการดำเนินการสนับสนุน ต่อมาก็ค่อยๆ พึ่งพิงน้อยลงและเริ่มอิสระเสรีมากขึ้น
ในปัจจุบันบางวัดก็มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ เช่น วัดพุทธประทีป วัดอมรวดี วัดศรีนครินทรวราราม เป็นต้น