การเผยแพร่ทางตะวันออกและเอเชียอาคเนย์

 

 

พระพุทธศาสนาในเอเชียอาคเนย์

 

พระพุทธศาสนาในเอเชียอาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ได้แก่ ประเทศไทย   ลาว  พม่า  ฟิลิปปินส์  มาเลเซีย   สิงคโปร์ อินโดนีเซีย  บรูไน ติมอร์ตะวันออก  กัมพูชา เวียดนาม  ประชาชนส่วนใหญ่นับถือ   " นิกายเถรวาท  " ยกเว้นประเทศเวียดนามส่วนใหญ่นับถือ  "นิกายมหายาน"

 

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

ศาสนาพุทธเข้าสู่ประเทศไทยหลังจากการทำสังคายนาครั้งที่ ๓ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๕ พระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงส่งสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดนต่าง ๆ รวม ๙ สายด้วยกัน ในส่วนของประเทศไทยเชื่อกันว่ามีคณะของสมณทูตซึ่งมี  พระโสณเถระและพระอุตตรเถระ  เป็นหัวหน้าคณะเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกและอาจมีคณะสมณทูตชุดอื่น ๆ เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในกาลต่อ ๆ มา จึงทำให้คนไทยโดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ไทยยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

                                                                      ภาพจาก : http://www.madchima.org/

ในประเทศไทย สมัยปัจจุบัน พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ ภายใต้บทบัญญัต แห่งรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ในฐานะองค์พระประมุขของชาติทรงเป็นพุทธมามกะ พระมหากษัตริย์ และรัฐร่วมกันอุปถัมภ์ บำรุงกิจการคณะสงฆ์ และส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในหมู่ประชาชน


มีนิกายฝ่ายเถรวาท ๒ นิกาย คือมหานิกายและธรรมยุตนิกาย   

มหานิกาย   สถาปนาคณะสงฆ์ลังกาวงศ์ในยุคสุโขทัย  ธรรมยุตนิกาย  สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๖ โดยเจ้าฟ้ามงกุฎ ซึ่งต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นนิกายเล็กมุ่งเน้นการปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด  แต่ทั้งสองนิกายก็อยู่ภายใต้การปกครอง ของมหาเถรสมาคม และ สมเด็จพระสังฆราช

                                                                            ภาพจาก : https://mgronline.com/


วัดในประเทศไทย มี ๒ ประเภท

คือ วัดป่ามีพระสายปฏิบัติทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน   ซึ่ง สายนี้เรียกว่าอรัญญวาสี และวัดบ้านที่มีพระภิกษุสามเณรศึกษาเล่าเรียน และจะเป็นทายาทบริหารงานคณะสงฆ์ ซึ่งสายนี้เรียกว่าคามวาสี การแยกวัดป่าออกจากวัดเมืองหมายความว่า มีพระภิกษุสามเณรที่ศึกษาเล่าเรียนแต่ไม่ใคร่ปฏิบัติธรรม และมีพระภิกษุสามเณรที่ปฏิบัติธรรม แต่ไม่ใคร่ศึกษาเล่าเรียน เราจึงพยายามที่จะรวมพระสงฆ์ทั้งสองสายนี้ โดยให้การปฏิบัติกรรมฐานเป็นวิชาบังคับแก่นิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และจัดให้มีการปฏิบัติธรรมประจำปีโดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร
ประเด็น สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอีกอย่างหนึ่ง คือการปฏิบัติกรรมฐาน ในประเทศไทย ทั้งบรรพชิต และคฤหัสถ์ได้รับการฝึกสอน และปฏิบัติกรรมฐานกัน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม และวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งที่บ้าน

 

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศพม่า

พุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศพม่า เมื่อคราวที่พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย ได้อุปถัมภ์การสังคายนาครั้งที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 236 ได้มีการส่งพระสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแถบสุวรรณภูมิ ประเทศต่าง ๆ รวม 9 สายด้วยกัน พม่าก็อยู่ในส่วนของสุวรรณภูมิด้วยและชาวพม่ายังเชื่อว่า สุวรรณภูมิ มีศูนย์กลางอยู่ที่ เมืองสะเทิม อาณาจักรมอญทางตอนใต้ของพม่า จากประวัติศาสตร์ทราบได้ว่า พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในพม่าราวพุทธศตวรรษที่ 6 เพราะได้พบหลักฐานเป็นคำจารึกภาษาบาลี และจารึกเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

                                                                    ภาพจาก : https://www.yingpook.com/

ต่อมาได้มีพระสงฆ์ฝ่ายมหายานซึ่งเป็นศิษย์ของพระวสุพันธุ ได้นำเอาพระพุทธศาสนาแบบมหายานลัทธิตันตระ เข้าไปเผยแผ่ ในครั้งนั้นพม่ามีเมืองพุกามเป็นเมืองหลวง มีชื่อเรียกชาวพม่าว่า "มรัมมะ" ส่วนชาวมอญ ซึ่งมีเมืองหลวงชื่อ "สะเทิม" และถิ่นใกล้เคียงรวมๆ เรียกว่า รามัญประเทศ หรือ อาณาจักรสุธรรมวดี จนพระพุทธศาสนาทั้งแบบเถรวาทที่เข้ามาก่อนและแบบมหายานที่เข้ามาทีหลังเจริญรุ่งเรืองในพม่าเป็นเวลาหลายร้อยปี

พระพุทธศาสนาเถรวาทกับประเทศพม่ามีความผูกพันกันมาอย่างยาวนานต้องพานพบกับความเสื่อมและความเจริญ แต่ก็สามารถอยู่ในสังคมและวัฒนธรรมของพม่าเรื่อยมา มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ตลอดจนมีการศึกษาพระพุทธศาสนามาโดยตลอด แม้ว่าปัจจุบันพม่าจะไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเหมือนในอดีต คณะสงฆ์พม่าก็ยังมีอิทธิพลสำหรับประชาชน ดังจะเห็นได้จากการเป็นผู้นำในการเดินขบวนเรียกร้องความเป็นธรรมจากอำนาจรัฐ

                                                                       ภาพจาก : https://www.yingpook.com/

คณะสงฆ์พม่ายังได้สร้างความสัมพันธ์กับประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทจากทั่วโลก ดังเช่นในปีพุทธศักราช 2550 ได้มีการก่อตั้งสมาคมพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติขึ้น และได้ประชุมครั้งแรกระหว่างช่วงวันที่ 9–11 มีนาคม 2550 ที่เมืองย่างกุ้ง และประชุมที่เมืองสะกายเป็นครั้งที่สอง

 

 

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศลาว

ศาสนาในประเทศลาวที่สำคัญคือศาสนาพุทธ ชาวลาวส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ส่วนชนเผ่าต่าง ๆนับถือศาสนาผี พบในกลุ่มผู้ที่พูดภาษาตระกูลจีน-ทิเบต และขร้า-ไท เช่น ชาวไทดำ ไทแดง เช่นเดียวกับกลุ่มที่พูดภาษากลุ่มเกาหลี-ญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีคริสต์ศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์

                                                            ภาพจาก : https://www.yingpook.com/

ศาสนาพุทธเข้าสู่ประเทศลาว  เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 13  โดยผ่านมาทางมอญและได้แพร่หลายไปจนทั่วประเทศในราวพุทธศตวรรษที่ 19 กษัตริย์ลาวทรงให้การสนับสนุนพุทธศาสนา ในอดีตพระสงฆ์ในลาวมีบทบาทด้านการให้การศึกษาแก่ประชาชน แต่หมดบทบาทไปเมื่อฝรั่งเศสจัดการศึกษาแบบตะวันตกขึ้น จนกระทั่งญี่ปุ่นเข้ามาในลาว มีการจัดตั้งขบวนการชาตินิยมลาวโดยใช้พุทธศาสนาเป็นศูนย์กลาง วัดมีบทบาทในการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราช  ประมาณ  พ.ศ.๖๑๒ ประชาชนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน   
พ.ศ.๑๒๙๐  กลับไปนับถือลัทธิพื้นเมือง คือนับถือผีตามที่บรรพบุรุษสืบทอดมา ซึ่งบางส่วนยังคงนับถือสืบทอดมาจนปัจจุบัน พ.ศ.๑๘๙๖ กษัตริย์ของลาวขณะนั้น (อาณาจักรล้านช้าง) ส่งทูตไปทูลขอนิมนต์พระสงฆ์จากอาณาจักรเขมรเข้ามาเผยแพร่ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทในอาณาจักรล้านช้าง จนศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเจริญรุ่งเรืองประดิษฐานมั่นคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน

                                                ภาพจาก : https://www.yingpook.com/
นิกายเถรวาท  

มีผู้นับถือมากที่สุดในลาว มีวัดทั่วประเทศราว 5,000 วัด ชายลาวที่นับถือศาสนาพุทธจะบวชเป็นพระภิกษุในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต มีพระภิกษุในประเทศราว 22,000 รูป และเป็นพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ราว ๆ 9,000 รูป มีสตรีที่บวชเป็นแม่ชี พระภิกษุส่วนใหญ่ในลาวเป็นมหานิกายหลัง พ.ศ. 2518 แต่ก็ยังมีที่เป็นธรรมยุติกนิกายอยู่บ้างเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่จะอยู่ในเวียงจันทน์

 

 

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศฟิลิปปินส์

ศาสนาของประชาชนในประเทศฟิลิปปินส์ เดิมประชาชนได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมและพุทธศาสนาจากอาณาจักศรีวิชัยในสมัยเรืองอำนาจ ที่ได้แผ่ขยายมาจนถึงประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในพุทธศตวรรษที่ ๗ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ตามมาด้วยศาสนาพุทธนิกายมหายานระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ในขณะที่เมืองขึ้นของประเทศสเปนและสหรัฐอเมริกาได้รับอิทธิพลทางศาสนาคริสต์จากประเทศเจ้าของอาณานิคมอย่างกว้างขวางทั่วทั้งประเทศ ส่วนทางภาคใต้ของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิพลของศาสนาอิสลาม และเมื่อชาวอินเดียและปากีสถานอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานก็ได้นำศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเข้ามาด้วย 

                                                                         ภาพจาก : http://www.area.co.th/
ศาสนาพุทธในประเทศฟิลิปปินส์ เป็นศาสนากลุ่มเล็ก ๆ ในประเทศฟิลิปปินส์ ในอดีตเป็นศาสนาที่ส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมในดินแดนของประเทศฟิลิปปินส์มาช้านาน ก่อนการมาถึงของศาสนาอิสลาม โดยส่งอิทธิพลด้านคำยืมของภาษาต่าง ๆ รวมทั้งการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนาซึ่งโดยมากเป็นแบบวัชรยาน
ปัจจุบัน มีชาวพุทธในฟิลิปปินส์ประมาณ ร้อยละ 1.5 เท่านั้น

 

พุทธศาสนาเอเชียตะวันออก

พระพุทธศาสนาซึ่งได้อุบัติขึ้นในชมพูทวีป เมื่อ 2,500 กว่าปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นต้นมา แม้ว่าผู้นับถือพระพุทธศาสนาส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย  ซึ่งพิสูจน์ให้สังคมทั่วโลกได้รู้ว่าหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าสามารถนำไปใช้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมีเหตุมีผล  เอเชียตะวันออก  ได้แก่ ประเทศจีน  ญี่ปุ่น  มองโกเลีย  เกาหลีเหนือ  เกาหลีใต้ ไต้หวัน   ทิเบต   มาเก๊า ในแถบนี้ประชาชนส่วนใหญ่นับถือ นิกายมหายาน "  พระพุทธศาสนาเข้าไปสู่ประเทศต่าง ๆ ในแถบเอเชียไม่พร้อมกัน

พระพุทธศาสนาได้เข้ามาในประเทศจีน

                                     ภาพจาก : https://www.matichonweekly.com

เมื่อประมาณพุทธศักราช 608 ในสมัยพระจักรพรรดิเม่งเต้ แห่งราชวงศ์ฮั่น พระองค์ได้จัดส่งคณะทูต 18 คน ไปสืบพระพุทธศาสนาในอินเดีย พระสงฆ์จีนที่เดินทางไปสืบศาสนาที่อินเดียแล้วกลับมาปรับปรุงฟื้นฟูศาสนาในจีนที่มีชื่อเสียงคือ   พระถังซัมจั๋ง    ใน พ.ศ.2455 ประเทศจีนได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสาธารณรัฐจีน รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนในระพุทธศาสนา แต่สนับสนุนแนวความคิดของลัทธิมาร์กซิสต์ ซึ่งลัทธิดังกล่าวได้โจมตีพระพุทธศาสนาตลอดมา และมีการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนามากขึ้น โดยเอาวัดไปใช้ในสถานที่ราชการอื่น ๆ สถานการณ์ของพระพุทธศาสนาจึงยังไม่ดีขึ้น
ใน  พ.ศ. 2465   พระสงฆ์จีนรูปหนึ่งชื่อว่า   พระอาจารย์ไท้สู   ได้ช่วยกู้ฐานะของพระพุทธศาสนาไว้บางส่วนคือ ท่านได้ทำการปฏิรูปพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังเริ่มด้วยการ ตั้ง  วิทยาลัยสงฆ์    ขึ้นที่ วูซัน เอ้หมึง เสฉวน และหลิ่งนาน เพื่อฝึกผู้นำทางพระพุทธศาสนาให้มีความรู้ทางพระธรรมวินัยและวิชาการทางโลกสมัยใหม่ แล้วนำมาเผยแผ่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ความพยายามของพระอาจารย์ไท้สู ทำให้ประชาชนและรัฐบาลเข้าใจในพระพุทธศาสนาดีขึ้น ทางราชการได้ออกคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์สินของวัดห้ามนำไปใช้ในกิจการอื่น  ผู้นำการปกครองจีนคือ เหมา เจ๋อ ตุง ได้ถึงแก่อสัญกรรม ใน พ.ศ. 2519 รัฐบาลชุดใหม่ของจีนคลายความเข้มงวดลงบ้างให้เสรีภาพการนับถือศาสนาของประชาชนมากขึ้น   มีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานขึ้นใหม่ นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังให้การสนับสนุนจัดตั้งพุทธสมาคมแห่งประเทศจีน และสภาการศึกษาพระพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนขึ้นในกรุงปักกิ่งด้วย เพื่อเป็นศูนย์กลางการติดต่อเผยแผ่พระพุทธศาสนากับประเทศต่างๆทั่วโลก   ปัจจุบันนี้ชาวจีนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการนับถือลัทธิขงจื๊อ และลัทธิเต๋า

 

พระพุทธศาสนาเริ่มแผ่เข้าสู่ประเทศเกาหลี

                                            ภาพจาก : http://www.taladtourmag.com/

เมื่อ พ.ศ. 915 โดยสมณทูตซุนเตา เดินทางจากจีนเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรโกคุริโอ คือประเทศเกาหลี พระพุทธศาสนาได้ขยายเข้ามาในเกาหลีอย่างรวดเร็ว มีการสร้างวัดขึ้นมากมายประเทศเกาหลีในสมัยก่อนประกอบด้วย 3 อาณาจักร คือ โกคุริโอ ปีกเช และซิลลา แต่ผู้นำทั้ง 3 อาณาจักรนับถือพระพุทธศาสนาและให้การสนับสนุนกิจการต่าง ๆ และทรงถือว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
พ.ศ. 1935 พระพุทธศาสนาในเกาหลีเริ่มเสื่อมลงเมื่อราชวงศ์โซซอนาขึ้นมามีอำนาจ ราชวงศ์นี้ได้เชิดชูลัทธิขงจื๊อให้ เป็นศาสนาประจำชาติ จึงทำการกดขี่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจนทำให้พระสงฆ์ต้องหนีออกไปอยู่อย่างสงบตามชนบทป่าเขา

           ภาพจาก : http://www.madchima.org/


ตอนปลายสงครามโลกครั้งที่สอง พ.ศ. 2488 เกาหลีจึงถูกแบ่งเป็น 2 ประเทศ คือ เกาหลีเหนืออยู่ภายใต้การดูแลของสหภาพโซเวียต มีชื่อว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ส่วนเกาหลีใต้อยู่ภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกามีชื่อประเทศว่า สาธารณรัฐเกาหลี
พระพุทธศาสนาในเกาหลีเหนือปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงไม่สนับสนุนพระพุทธศาสนา ส่วนในเกาหลีใต้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของเกาหลี คือ มหาวิทยาลัยดองกุก ใน พ.ศ. 2507 คณะสงฆ์เกาหลีใต้ได้ตั้งโครงการแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับเกาหลีขึ้นเรียกว่า ศูนย์แปลพระไตรปิฎกเกาหลี ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยดองกุก

 

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น

                                   ภาพจาก : https://mgronline.com/japan

โดยผ่านทางเกาหลีในหนังสือประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้บันทึกไว้ว่า ในรัชกาลพระเจ้ากิมเมจิจักรพรรดิองค์ที่ 29 พระพุทธศาสนาได้เข้าสู่ญี่ปุ่นโดยพระเจ้าเซมาโว แห่งเกาหลีส่งราชทูตไปยังราชสำนักพระเจ้ากิมเมจิพร้อมด้วยพระพุทธรูป ธง คัมภีร์พุทธธรรม แสดงพระราชประสงค์ที่จะขอให้พระเจ้ากิมเมจิรับนับถือพระพุทธศาสนา ทรงรับด้วยความพอพระทัยทั้งนี้เป็นการเริ่มต้นของพระพุทธศาสนาในญี่ปุ่น แต่ภายหลังที่พระองค์สิ้นพระชนม์แล้วพระจักรพรรดิองค์ต่อ ๆ มาก็มิได้ใส่พระทัยในพระพุทธศาสนาเสื่อมลง จนถึงสมัยของจักรพรรดินีซุยโก ได้ทรงสถาปนาเจ้าชายโชโตกุเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน พ.ศ. 1135 เจ้าชายพระองค์นี้ได้ทรงวางรากฐานการปกครองประเทศญี่ปุ่น พระพุทธศาสนาจึงได้เจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคงในญี่ปุ่น ประชาชนญี่ปุ่นต่างแข่งขันกันสร้างวัดในพระพุทธศาสนาและสำนักปฏิบัติธรรมเป็นอันมาก ยุคสมัยนี้ได้ชื่อว่า  ยุคโฮโก คือยุคที่สัทธรรมไพโรจน์ เจ้าชายโชโตกุได้ทรงประกาศธรรมนูญ 17 มาตรา ประกาศหลักสามัคคีธรรมของสังคม ด้วยการเคารพเชื่อถือพระรัตนตรัย เจ้าชายโกโตกุสิ้นพระชนม์ลง หลังจากนั้นมาพระพุทธศาสนาก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายนิกาย พระพุทธศาสนาก็ยิ่งเสื่อมลง เพราะนโยบายการปกครองประเทศบีบบังคับทางอ้อมจนถึงยุคเมอิจิ ลัทธิชินโตได้รับความนิยมนับถือแทนพระพุทธศาสนาปัจจุบันชาวญี่ปุ่นนับถือพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับศาสนาชินโต พระพุทธศาสนาแบ่งออกเป็นหลายนิกายที่สำคัญมี 5 นิกาย คือ นิกายเทนได (เทียนไท้) นิกายชินงอน นิกายโจโด (สุขาวดี) นิกายเซน (ชยาน หรือ ฌาน) นิกายนิชิเรน

             ภาพจาก : http://www.sookjai.com/

ชาวญี่ปุ่นได้สร้างพุทธศาสนานิกายเซน 

ชาวพุทธเซนมีความเชื่อว่าจิตสงบได้ด้วยความเงียบและสมาธิ หลายวิธีเข้าถึงสมาธิก็ยังคงปฏิบัติกัน ลูกศิษย์หลายสำนักถูกสอนให้นั่งนิ่งไม่ติงกายบนพื้นคล้ายพุทธรูป เพื่อนำจิตให้เป็นสมาธิ ในพิธีชงชา มีการตระเตรียมดอกไม้ รวมทั้งสวนทรายก็เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดแบบเซนเพื่อเข้าถึงความสงบและสันติภาพ  ที่เน้นในเรื่องของความเรียบง่าย

 

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศทิเบต

                                                      ภาพจาก : https://www.bloggang.com/

ในสมัยพุทธกาล ทิเบตเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของอินเดีย อยู่ในอาณาเขตแคว้นโกศลป่ามหาวัน ที่อยู่ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ มีบริเวณด้านเหนือครอบคลุมถึงภูเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นที่ตั้งของทิเบตในปัจจุบัน พระพุทธองค์ทรงแสดงมหาสมยสูตรและมธุปิณฑิกสูตร ณ ป่ามหาวันดังนั้นพระพุทธศาสนาจึงเข้าสู่ทิเบตตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว ต่อมาสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งสมณทูต 9 สายไปประกาศพระศาสนา โดยสายของพระมัชฌิมเถระและคณะได้เดินทางมาประกาศพระพุทธศาสนา
สถาบันสงฆ์ลารุงกา เป็นสถาบันพุทธศาสนาแบบทิเบตที่ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1980 โดยเกนโป จิกมี พูนสก (Khenpo Jigme Phuntsok) ลามะนิกายญิงมาปะ (Nyingmapa) หรือ นิกายหมวกแดงซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดในทิเบต ปัจจุบันสถาบันสงฆ์ ลารุงกา นั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาแบบทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกด้วย โดยภายใน หุบเขาลารุง นั้นส่วนใหญ่จะเป็นที่ตั้งของกลุ่มอาคารที่พักของลามะ และวัดทิเบตซึ่งนับประมาณได้ว่าราวๆ 40,000-50,000 หลัง โดยอาคารแต่ละหลังก็ล้วนแล้วแต่ถูกสร้างอยู่เบียดเสียดแน่นชิดกันไป และไล่ลดหลั่นลงมาตามความลาดชันของภูเขา  โดยภายในสถาบันสงฆ์ เซอต๋า ก็จะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของพระภิกษุสงฆ์ และแม่ชี ซึ่งจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากพื้นที่ของตนเอง แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดให้ทั้งพระ และแม่ชีสามารถพบกัน ได้ในลานด้านหน้าของอาคารหลักของสถาบัน แต่ส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ปฏิบัตรกิจวัตรทางธรรมกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ ทำวัตร เดินจงกลม เดินก้มกราบ และอื่นๆ

                                 ภาพจาก  :https://mgronline.com/

ปัจจุบันพระพุทธศาสนามหายาน

ในทิเบตเป็นแบบวัชรยาน หรือตันตระ   โดยมีนิกายสำคัญมี 4 นิกาย คือ เนียงม่า กาจู สักยะ และเกลุก
1. นิกายเนียงม่า   ผู้ก่อตั้ง คือ คุรุปัทมสัมภวะ ท่านแบ่งคำสอนในพระพุทธศาสนาเป็นนวยาน พระในนิกายนี้นิยมสวมหมวกสีแดง
2. นิกายกาจู อาจารย์ทุงโป ญาลจอร์ และมาร์ปะโชคี โลโด เป็นผู้ก่อตั้งโดยยึดหลักคำสอนสายทั้ง 4 ของตันตระคือ กายมายา การสืบทอดวิญญาณ ความฝัน และแสงสว่างบางครั้งนิกายนี้เรียกว่า นิกายหมวกดำ เพราะเวลาประกอบพิธีพระนิกายนี้นิยมสวมหมวกสีดำ
3. นิกายศากยะ ก่อตั้งโดยท่านคอนจ็อก เจลโป มีคำสอนสำคัญคือ ธรรมทอง 13 ข้อและคำสอนลัมเดร (Landre) หลักแห่งมรรคและผล ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างบริสุทธิ์และศูนยตา โดยสาระคือความแยกกันไม่ได้ระหว่างสังสารวัฏและนิพพาน พระในนิกายนี้นิยมสวมหมวกหลายสี
4. นิกายเกลุก ผู้ก่อตั้งนิกายนี้ คือ อาจารย์ตสองขะปะ นิกายนี้มุ่งในด้านความเคร่งครัดทางวินัย การศึกษาพระสูตรและตันตระจะใช้วิธีการวิเคราะห์โดยผ่านทางตรรกวิภาษ พระในนิกายนี้นิยมสวมหมวกสีเหลือง

                                   ภาพจาก : https://today.line.me/

ชาวทิเบตมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก เช่น เมื่อใดที่ชาวทิเบตเดินทางไปกรุงลาซาแล้ว เห็น ยอดพระราชวังโปตาลาก็กราบเคารพ หรือชาวทิเบตบางคนที่เดินทางไปจาริกแสวงบุญไปยัง ประเทศอินเดียเพื่อไหว้ พุทธสังเวชนียสถาน จะเดินพนมมือไปเรื่อย ๆ เมื่อเดินครบ ๓ ก้าว จะก้มลงกราบด้วยเช่นกัน ซึ่งชาวทิเบตเหล่านี้ มีความเชื่อว่าถ้าหากตายในขณะเดินทางไปจาริกแสวงบุญก็เรียกว่า สู่สุคติแล้ว และถ้าในครอบครัวชาวทิเบตนั้น มีลูกชาย ก็ต้องให้ออกบวชอย่างน้อยหนึ่งคน และพุทธศาสนิกชนที่ดีนั้นจะต้องสอนบทสวดมนต์ง่าย ๆ ให้แก่ลูกหลาน เพื่อนำ ไปปฏิบัติสืบต่อกันด้วย