การประดิษฐ์พุทธศาสนา ณ แคว้นโกศล

อาณาจักรโกศล (สันสกฤต: कोसल राज्य) เป็นอาณาจักรโบราณของอินเดีย ปัจจุบันตั้งอยู่ราวแคว้นอวัธ ในรัฐอุตตรประเทศ  เริ่มต้นจากการเป็นแคว้นเล็ก ๆ ในช่วงปลายยุคพระเวท โดยอยู่ติดกับแคว้นวิเทหะ  จากคัมภีร์โบราณทางพุทธศาสนา อังคุตตรนิกาย โกศลเป็นหนึ่งใน 16 แคว้นของมหาชนบท เมืองหลวงของแคว้นโกศล  ในยุคนี้เป็นแคว้นที่รุ่งเรืองและมีอำนาจมาก แคว้นกาสีในสมัยนั้นก็ขึ้นกับแคว้นโกศล มีหลักฐานมากแห่งทั้งทางฝ่ายพุทธและอื่น ๆ แสดงว่าแคว้นสักกะแห่งกษัตริย์ศากยวงศ์ของพระพุทธองค์ก็อยู่ภายใต้อำนาจหรือความคุ้มครองของแคว้นโกศล เมืองและสถานที่ ที่ปรากฏในพระคัมภีร์พุทธศาสนา เช่น เมืองสาเกต อโยธยา เสตัพยา เกสปุตตะของชาวกาลามะ หมู่บ้านอิจฉานังคละ และป่าอันธวันใกล้สาวัตถี

                                                                        ภาพจาก : https://www.facebook.com/

แคว้นมหารัฐโกศล หรือ แคว้นโกศล เมืองหลวงชื่อ สาวัตถีกษัตริย์ผู้ปกครองคือ พระเจ้ามหาโกศล และพระราชโอรส คือ พระเจ้าปเสนทิโกศลปกครองสืบต่อมา
พระเจ้ามหาโกศลเป็นกษัตริย์รุ่นเดียวกับพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งแคว้นสักกะ (ราชวงศ์ศากยะ)ส่วนพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเป็นพระสหายกับพระเจ้าพิมพิสารแห่งแคว้นมคธ
มหาลิแห่งแคว้นวัชชีพันธุละแห่งแคว้นมัลละ เจ้าชายสิทธัตถะแห่งแคว้นสักกะ(แคว้นสักกะเป็นเมืองขึ้นอยู่ในอาณัติการปกครองของแคว้นโกศล)                                               

การประดิษฐ์พุทธศาสนา ณ เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล

เมื่อประดิษฐานพระศาสนาในแคว้นมคธได้อย่างมั่นคงแล้ว  ต่อมาไม่นานพระพุทธศาสนาก็มีศูนย์กลางแห่งใหม่ที่  "เมืองสาวัตถี  แคว้นโกศล"  โ ดยอนาถบิณฑิกเศรษฐี  ได้สร้าง  "วัดพระเชตวัน" ขึ้น แล้วกราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ไปอยู่ประจำ และนางวิสาขามหาอุบาสิกาเศรษฐีนีคนหนึ่ง ก็มีจิตศรัทธาสร้าง วัดบุพพาราม ถวายด้วย
กำแพงเมืองสาวัตถีโบราณยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ภายในกำแพงเมืองมีโบราณสถานคงเหลืออยู่มากมาย เช่น ซากบ้านของบิดาพระองคุลีมาล, ซากคฤหาสถ์ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี, และวัดเก่าแก่ที่สร้างอุทิศแก่ พระติรธังกร (ศาสดาองค์แรกของศาสนาเชน) บริเวณนอกเขตเมืองสาวัตถียังมีสถานที่สำคัญเช่น ซากยมกปาฏิหาริย์สถูป (สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์) และวัดเชตวันมหาวิหาร (พระอารามแห่งแรกในพระพุทธศาสนา) ซึ่งเป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีวัดที่ประเทศต่างๆ ที่นับถือศาสนาพุทธมาสร้างไว้ ได้แก่ ประเทศไทย เกาหลีใต้ ศรีลังกา พม่า ธิเบตและจีน

                                          ภาพจาก : https://www.khaosod.co.th/
คันธกุฎี แปลว่า กุฎีที่ทีกลิ่นหอม เป็นชื่อเรียกสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะ เรียกเต็มว่า พระคันธกุฎี ในพุทธประวัติ เล่าว่าสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าทุกแห่งจะมีผู้นำของหอมนานาชนิดไม่ว่าจะเป็นไม้หอม ดอกไม้หอม เป็นต้น มาบูชาพระพุทธเจ้ามิได้ขาด โดยประดับไว้ภายในที่ประทับบ้าง วางเรียงรายอยู่โดยรอบบ้าง โดยมุ่งบูชาพระพุทธเจ้าด้วยกลิ่นหอมจึงปรากฏว่าหลังวัดที่ประทับจะมีดอกไม้ที่แห้งแล้วถูกนำไปทิ้งไว้เป็นกองใหญ่ด้วยมีจำนวนมาก
พระคันธกุฎี หรือสถานที่ประทับประจำของพระพุทธเจ้ามิใช่จะมีกลิ่นหอมเท่านั้น ยังถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรพิสดารเท่าที่มนุษย์จะทำกันได้ด้วยแรงศรัทธา        

ซากมูลคันธกุฎีสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าที่วัดเชตะวันมหาวิหาร                
        
                                                                                           ภาพจาก : https://www.facebook.com/