เจ้าชายสิทธัตถะ

พราหมณ์ ทั้ง 8 ได้ทำนายว่า   เจ้าชายสิทธัตถะมีลักษณะเป็นมหาบุรุษ คือ หากดำรงตนในฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่โกณฑัญญะพราหมณ์ผู้อายุน้อยที่สุดในจำนวนนั้น ยืนยันหนักแน่นว่า พระราชกุมารสิทธัตถะจะเสด็จออกบวช และจะได้ตรัสรู้เป็น  "พระพุทธเจ้าแน่นอน"

                                    ภาพจาก : https://sites.google.com/

หลังประสูติได้ 7 วัน   พระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์ จึงทรงอยู่ในความดูแลของพระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายาพระบิดาไม่ประสงค์จะให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นศาสดาเอก จึงพยายามให้สิทธัตถะพบแต่ความสุขทางโลก  เจ้าชายสิทธัตถะทรงศึกษาเล่าเรียนในสำนักครูวิศวามิตรจบ ศิลปศาสตร์ทั้ง 18 ศาสตร์  ดังนี้

  • 1. วิชาไตรเพททางคศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับพระเวทของพราหมณ์
  • 2. วิชาสรีรศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับอวัยวะร่างกาย
  • 3. วิชาสังขยาศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับเลข การนับเลข คำนวณ
  • 4. วิชาสมาธิศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการทำสมาธิ
  • 5. วิชานิติศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับกฎหมาย
  • 6. วิชาวิเสวิกศาสตร์ คือ วิชาที่แยกประเภทคน
  • 7. วิชาโชติศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการทำนายเหตุการณ์
  • 8. วิชาคันธัพศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการขับร้อง ฟ้อนรำ
  • 9. วิชาโบราณศาสตร์ คือ วิชาที่กล่าวถึงโบราณสถาน โบราณวัตถุ
  • 10. วิชาติกิจฉศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับแพทย์
  • 11. วิชาศาสนศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับศาสนา
  • 12. วิชาโหราศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการทำนาย
  • 13. วิชามายาศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการเล่นกล
  • 14. วิชาเหตุศาสตร์ คือ วิชาที่มุ่งค้นหาสาเหตุ
  • 15. วิชาวันถุศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการคิด
  • 16. วิชายุทธศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการรบ
  • 17. วิชาฉันทศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการประพันธ์
  • 18. วิชาลักษณศาสตร์ คือ วิชาที่เกี่ยวกับการดูลักษณ์คน

พระเจ้าสุทโธทนะ   ทรงปริวิตกต่อคำทำนายของพราหมณ์หนุ่มที่ว่าเจ้าชายจะทรงออกผนวชแน่นอน    และเนื่องจากพระบิดาไม่ประสงค์ให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นศาสดาเอกของโลก จึงพยายามทำให้เจ้าชายสิทธัตถะพบเห็นแต่ความสุข โดยการสร้างปราสาท 3 ฤดู ให้อยู่ประทับทรงจัดการเตรียมความพร้อมสำหรับการราชาภิเษกให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์  เมื่อพระชมน์ได้ 16 พรรษา ได้เข้าสู่พิธีอภิเษกสมรสกับพระนางยโสธราพิมพา ผู้เป็นธิดาของพระเจ้าสุปปพุทธะ กษัตริย์ผู้ครองราชสมบัติกรุงเทวทหะ จนพระชนมายุได้ 29 พรรษา จึงมีพระราชโอรสพระองค์หนึ่งพระนามว่า  "พระราหุล"  ซึ่งแปลว่า "บ่วง"  สำหรับการราชาภิเษกให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์